ทำไม Ads Account ถึงโดนแบน ?

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
ทำไม Ads Account ถึงโดนแบน ?

ทำไม Ads Account ถึงโดนแบน ?

วันดีคืนดี อยู่ๆแอคเคานท์โฆษณาก็โดนแบนไปซะดื้อๆ

เป็นไปได้ยังไง เราก็ทำแบบนี้มาเป็นปี ?

โพสต์นี้ผมจะมาเปิดเผย เหตุผล 3 ข้อที่จะให้คุณได้กลับไปสำรวจตัวเอง และปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อป้องกันไว้ก่อนที่การขายของคุณจะสะดุดครับ

1. ไม่สนนโยบายโฆษณา และมาตรฐานชุมชน

มาตรฐานชุมชน หรือ Community Standard และ นโยบายโฆษณา หรือ Ads Policies เป็นนโยบายที่ Facebook ตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาบรรยากาศ และความสุข ของทุกๆคนที่เข้ามาใช้งานพื้นที่ของเค้าครับ

เหตุผลที่ Facebook ต้องรักษาความสุขของผู้คนที่เข้ามาใช้งาน คือ เค้าต้องการให้ผู้ใช้งานอยู่กับเค้าไปนานๆครับ เนื่องจาก ความสนใจ และการจดจ่อ (Attention) คือทรัพย์สินของเค้า

เรายิงโฆษณาเพราะเราต้องการให้กลุ่มลูกค้าของเราเข้ามาสนใจจดจ่อกับข้อความ และสื่อโฆษณาของเรา เพื่อสร้างโอกาสในการขายสินค้า

Facebook มีการจดจ่อของผู้ใช้อยู่ในมือมหาศาล เค้าก็ขายสิ่งนี้ให้กับผู้ลงโฆษณา และแน่นอนว่าผู้ลงโฆษณา ก็ยินดีจ่ายให้กับการจดจ่อของผู้คนที่ Facebook มีอยู่ในมือ

เป็นสถานการณ์ที่มีผู้ชนะทั้ง 3 ฝ่าย

  • User หรือผู้ใช้งาน มีความสุขที่ได้ใช้งาน และจดจ่ออยู่ในพื้นที่ของ Facebook
  • Facebook ได้เวลา และความสนใจของ User มาเป็นสินค้า
  • ผู้ลงโฆษณา ยินดีซื้อช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนี้อย่างเต็มใจ

เหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนแฮปปี้ครับ

แต่ในทางกลับกัน หากผู้ใช้งานเลิกใช้ Facebook หละ หายนะเกิดแน่นอนครับ เพราะทรัพย์สินของ Facebook เองจะหายไป ผู้ลงโฆษณาก็จะเลิกจ่าย และไปหาช่องทางการสื่อสารอื่นที่ดีกว่า

เป็นสาเหตุให้ Facebook ต้องกำหนดมาตรฐานชุมชน และนโยบายการโฆษณาขึ้นมา เพื่อรักษาความสุขของผู้ใช้งานครับ

เพราะฉะนั้น การรักษามาตรฐานชุมชน และนโยบายโฆษณา เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับผู้ลงโฆษณาอย่างพวกเรา และสาเหตุหลักๆที่บัญชีโฆษณาของหลายๆท่านโดนปิด ก็เพราะไปละเมิดกฎเหล่านี้นั่นแหละครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เห็นภาพ บอกว่าเราก็เป็นลูกค้าของ Facebook เหมือนกัน

ลองคิดเล่นๆกันดูนะครับ ว่าระหว่าง คนหลายหมื่น หลายแสนคน ที่คอยอุดหนุนคุณอยู่เป็นประจำ ทำรายได้ให้คุณเป็นพันล้าน กับคนกลุ่มเล็กๆ จ่ายเงินให้คุณไม่กี่พัน แล้วยังสร้างปัญหา ทำให้เกิดความเสี่ยงที่คุณจะเสียลูกค้ากลุ่มใหญ่ของคุณไป

คุณจะเลือกเก็บใครไว้ แล้วจะปล่อยใครทิ้งไป ?

คงไม่ยากนะครับ ถ้าจะให้เลือก…

สำหรับใครที่อยากเข้าไปอ่านมาตรฐานชุมชนอย่างละเอียด สามารถคลิกเข้าไปอ่าน มาตรฐานชุมชนได้ที่นี่ และ นโยบายโฆษณา ที่นี่ครับ


2. Ai และอัลกอริธึม

ในข้อแรก เราคุยกันไปแล้วว่า “มาตรฐานชุมชน”และ “นโยบายโฆษณา” สำคัญยังไง ในข้อนี้ เราจะมาต่อกันที่ “ใคร ที่คอยควบคุมมาตรฐานชุมชน” ครับ

คงไม่ยากเท่าใหร่ครับ หากผู้ใช้งานใน Facebook มีเพียงหลักพัน หรือหลักหมื่น ถ้าจะตรวจข้อความเพื่อไม่ให้ขัดกับนโยบาย แต่ปัจจุบัน จำนวน user มีมากถึง 2.4 พันล้าน จำนวนคนมากขนาดนี้ไม่ใช่แค่ระดับประเทศแล้ว แต่เป็นระดับทวีปเลย

และในส่วนของ Ads Account หรือบัญชีผู้ลงโฆษณา แน่นอนว่าน้อยลงมาหน่อย แต่ถ้านับจริงๆ ก็เยอะมหาศาลอยู่ดี บางแอคเคานท์ ยิงโฆษณาทีเป็นร้อยตัว การตรวจสอบด้วยคนทั้งหมดจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ

ด้วยเหตุนี้ Facebook จึงต้องมี Ai หรือสมองกล ที่คอยทำหน้าที่ตรวจสอบ และคัดกรอง “เบื้องต้น” ก่อนที่โฆษณาแต่ละตัวจะถูกส่งไปหา User ครับ

สมองกลเหล่านี้ ก็จะทำหน้าที่เหมือน ตรวจคนเข้าเมืองครับ คอยแสกนคอนเทนท์ต้องสงสัยในขั้นแรก ก่อนที่จะส่งให้ จนท คอยตรวจอีกครั้งในขั้นตอนต่อไป

ซึ่งหลักเกณฑ์ที่สมองกลนำมาใช้สำหรับตรวจคอนเทนท์ และระบุว่าต้องสงสัย ก็จะมาจากตัวมาตรฐานชุมชน และนโยบายโฆษณานั่นแหละครับ หากคุณทำความเข้าใจนโยบายเหล่านั้นแล้ว ก็เป็เรื่องง่ายมากๆ ที่จะหลีกเลี่ยงครับ

แต่ด้วยความที่เป็นสมองกล หลายครั้ง อาจมีข้อผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นครับ เพราะมันทำตามคำสั่งที่ตั้งค่าไว้เช่น

  • ภาพโฆษณาที่ซูมหน้า กลับโดนจับว่าเป็นอนาจาร เพราะมันแสกนหาจากสี และบางครั้งสมองกลมันมองพลาดเป็นภาพลามกไป (ซะงั้น)
  • คำบางคำที่ใช้แล้วสุ่มเสี่ยงต่อการโดนตรวจสอบว่าผิดนโยบาย เพราะในบริบทอื่นๆอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ (ผมไม่อยากยกตัวอย่างคำที่เสี่ยงต่อการต้องสงสัยมา ณ ที่นี้ เพราะไอ้เจ้าสมองกลของเฟสบุคก็จะมาตรวจสอบในหน้าเว็บของผมเช่นกันครับ)

เคสแบบนี้ เกิดขึ้น “บ่อย” “มาก” ครับ ถ้าให้เปรียบเทียบก็จะเหมือนคุณหน้าโหดมาก เวลาเจอด่านก็จะโดนต้องสงสัยไว้ก่อนเป็นธรรมดา โดนจับเป่าลม จับตรวจฉี่เสร็จก็ปล่อยไป

สำหรับใครที่โดนโฆษณาไม่ผ่าน แต่มั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดแน่นอน แนะนำให้โต้แย้งกับทาง Facebook ให้กลับมาผ่านก่อน ค่อยลบตัวโฆษณานั้นทิ้งไป และทำตัวใหม่ที่ไม่ต้องสงสัยขึ้นมา

เหตุผลที่ผมลบทิ้งเพราะ Ai มันจะกลับมาตรวจเรื่อยๆครับ แล้วคุณก็จะโดนเหมือนเดิม โฆษณาคุณจะหยุด รายได้จะสะดุด และคุณจะต้องเสียเวลารอให้ จนท แก้ให้ใหม่อยู่บ่อยๆ สู้ทำโฆษณาให้มันผ่านฉลุย ไม่ต้องสงสัยไปเลย จะดีกว่าครับ (Ai มันฉลาดนะครับ แต่เรื่องนี้มันกลับโง่ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน)

ส่วนอีกเหตุผลคือเมื่อคุณโดน Ai มันจับบ่อยๆ บัญชีของคุณก็จะเสียประวัติไปด้วย (ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำอะไรผิด) และเมื่อคุณเสียประวัติบ่อยๆ ทายสิครับว่าใครแบน … ก็ Ai ตัวเดิมนั่นแหละครับ (ให้ตายเถอะโรบิ้น)

เพราะฉะนั้น พยามศึกษานะครับ โฆษณาแบบที่มันต้องสงสัย (ถึงจะไม่ผิด) ก็พยามเลี่ยงๆไปซะนะครับ


3. คุณสแปม และรังควานผู้ใช้งาน

ในส่วนนี้ ก็เป็นเหตุผลต่อจากที่ผมยกตัวอย่างไปในข้อ 1 เช่นกันครับ เนื่องจาก “Facebook ต้องการให้ผู้ใช้ทุกคนมีความสุข” จะได้อยู่กันไปนานๆ การสแปมจึงเป็นพฤติกรรมที่ Facebook ไม่ชอบใจ

หมายเหตุ : สแปมคือการส่งข้อความ โพส แชร์ อะไรที่คนเค้าไม่ต้องการ เช่น เค้าคุยๆกันอยู่ นางมาฝากร้าน , แชร์โพสลงกลุ่มทีเป็นสิบเป็นร้อยกลุ่ม , ส่งข้อความในอินบ๊อกไปขายของแบบมั่วๆซั่วๆ ฯลฯ

ในเคสนี้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำโฆษณา หรือโพสต์อะไรที่มันผิดนโยบาย หรือมาตรฐานชุมชนเลย แต่คุณมีพฤติกรรมชอบไปรังควานผู้ใช้งานคนอื่นๆ บัญชีผู้ใช้งานของคนที่สแปมจะโดนเข้าข่ายต้องสงสัย

และหากเกิดขึ้นบ่อยๆ บัญชีโฆษณา หรือบัญชีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้นั้น จะโดนหางเลขไปด้วย นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บัญชีโฆษณาปลิวไปโดยไม่รู้ตัวครับ (ไม่ใช่แค่ของคนสแปมนะครับ บัญชีอื่นๆที่ดึงบุคคลนั้นเข้าไปก็จะโดนด้วย)

เพราะฉะนั้น กรุณาหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้

  • อย่าแชร์โพสต์ลงกลุ่มรัวๆ
  • อย่าฝากร้านมั่วซั่ว
  • อย่าบอร์ดแคสต์ขายของ ไปซื้อ ads messenger เอาดีกว่า (Facebook มีกฏในการบอร์ดแคสต์อยู่ เอาไว้โอกาสหน้าจะมาบอกนะครับ)

สำหรับบทความนี้ ขอฝากไว้เท่านี้นะครับ
#ขอความรู้จงสถิตอยู่กับคุณ

น๊อต การตลาด 5 นาที


ปล. อันที่จริง มีอีก 3 ข้อนะครับที่ส่งผลให้บัญชีของคุณโดนแบน

2 ข้อเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะพลาดเพราะความไม่รู้ ซึ่งน่าเสียดายมาก

และอีก 1 ข้อ เป็นสิ่งที่ Facebook เกลียดมาก ผมใช้คำว่าเกลียดเลยนะครับ หนักกว่า 3 ข้อที่ผมพูดถึงไปข้างบนอีก หากคุณโดนข้อหานี้ ผมบอกเลยว่าคุณจะโดนแบนยัน Ip address แบนยันเงา แบนตั้งแต่ผมแตกปลายยันเล็บขบไปเลยครับ

สำหรับ 3 ข้อที่เหลือ คุณสามารถติดตามได้ที่โปรเจกต์ Fine Dine Marketing ที่รวม 27 คอร์ส จาก 9 ศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำมาบอบให้คุณครับ

สำหรับรายละเอียดของ Fine dine Marketing คลิกที่นี่ ครับ

อ่านจบแล้ว อย่าลืม recommend หรือ share นะครับ :)

เว็บไซต์ของเรามีการใช้ cookies เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสบการณ์ในกาชมเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น