11 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนจิตใจเข้มแข็ง โดยไม่ต้องหนีปัญหา และหลอกตัวเอง (ภาค2/3)

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

11 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนจิตใจเข้มแข็ง โดยไม่ต้องหนีปัญหา และหลอกตัวเอง (ภาค2/3)

“ความจริงเกี่ยวกับความเข้มแข็ง (ของจิตใจ) ที่ถ้ารู้ และนำไปใช้ จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างสิ้นเชิง” ตอนที่ 2

เราเรียนรู้กันมา 3 ข้อแล้ว สำหรับวิธีง่ายๆ ในการจัดการกับอะไรบางอย่างในตัวเรา (เปลี่ยนนิยามของคำว่าเข้มแข็ง เข้าใจว่าคนเข้มแข็งจะไม่หนีปัญหา และโอบกอดมัน) เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้สตรอง วันนี้มาดูอีก 4 อันครับ

(วิธีทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้นั่งเทียนคิดขึ้นมาเองนะครับ แต่รวบรวมมาจากนิตยาสาร Psychology ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนช่วยกันเขียนขึ้นมา เพราะฉะนั้น มันใจได้เลยครับ ว่าดีแน่นอน)

———————————-

4. คนเข้มแข็งจะมองหาความก้าวหน้า ไม่ใช่แค่อยู่รอด

เวลาเจอกับปัญหา และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เรารู้กันใน ตอนที่ 1 แล้ว ว่าคนจะตอบสนองกับปัญหาด้วยสัญชาตญาณที่ฝังเอาไว้ในส่วนลึกๆของสมอง “คือการเอาตัวรอด” นั่นเอง

ซึ่งส่วนนี้ มันจะส่งไปถึงกรอบวิธีคิด และมุมมองของคนแต่ละคนด้วยครับ

ตามที่สมองถูกโปรแกรมมา เวลาเจอกับปัญหา เรามักจะมุ่งตรงไปสู่โหมดเอาตัวรอดกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้เรามักจะ แก้ปัญหากันแค่พอผ่าน หรือ รอดพ้น หลุดพ้นจากความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญกับปัญหาแค่นั้น

แต่สำหรับมายเซทของคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง จะฝึกตัวเอง ให้ไม่ใช่แค่กำจัดปัญหาออกไป แต่จะบอกตัวเองให้เรียนรู้ และ “เติบโต” ไปกับมัน

เราสามารถมองปัญหาเป็นอีกมุมได้ครับ แทนที่จะเป็นเรื่องที่เราไม่ต้องการ และเป็นเรื่องที่ต้องกำจัดให้สิ้นซากโดยด่วน เรามามองมันว่าเป็น “บทเรียน” ที่ทำให้เรา “โตขึ้น” และเมื่อเราคิดแบบนี้ เราจะมองหา “ประสบการณ์ และการเรียนรู้” จากมัน

เมื่อเรามีสติ และเรียนรู้กับปัญหา สมองจะสร้างเครือข่ายใหม่ ที่เป็นเครือข่ายของความคิดที่ตอบสนอง และแก้ปัญหาในสถานการณ์กดดันในรูปแบบใหม่ และเราจะจัดการกับมันได้ดีขึ้น (มันเหมือนยกเวทนั่นแหละครับ)

เมื่อเราฝึกและเรียนรู้จากมันบ่อยๆ ปัญหาจะไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่ตัวเราจะใหญ่ขึ้น และวันนึง ปัญหาที่คุณรู้สึกว่าต้องใช้แรงทั้งชีวิตแบก อาจจะกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วเลยก็ได้ เพราะเราเรียนรู้ เติบโต และชำนาญในการจัดการกับมันอย่างมีประสิทธิภาพครับ

———————————-

5. คนเข้มแข็ง จะยอมรับความอ่อนแอของตัวเองได้

งงมั้ยครับ ทำไมความอ่อนแอ ถึงทำให้เราเข้มแข็ง ?

ใน TED Talk ที่นักวิจัยชื่อ “เบรเน่ บราวน์” พูดเอาไว้ในหัวข้อ “พลังของความอ่อนแอ” (เป็นทอล์คที่ควรดูอย่างมากครับ) เค้าบอกไว้ว่า คำว้ากล้าหาญ “Courage” มาจากคำว่า “Coeur” ในภาษาฝรั่งเศษที่แปลว่า “หัวใจ” และนั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของคุณ ด้วยหัวใจ

หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องปิดกั้นความรู้สึกอ่อนแอ ความเปราะบาง ความอ่อนใหว ของตัวเอง เพื่อที่จะเข้มแข็ง

แต่ยอมรับว่าตัวเราไม่ได้เข้มแข็งไปซะทุกด้าน ยังมีด้านที่อ่อนไหวอยู่ในจิตใจเราอยู่ ซึ่งเราต้องยอมรับมัน สื่อสารกับมัน และเมื่อเรายอมรับความอ่อนแอของตัวเองได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เราจะอ่อนแอลง แต่เราจะรักตัวเองมากขึ้น และมันจะเป็นขุมพลังที่จะทำให้คุณเข้มแข็งกว่าเดิมครับ

———————————-

6. คนเข้มแข็ง รู้ตัว และรู้อารมณ์ของตัวเอง

ไม่แปลกที่พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีสติ และรู้จักอารมณ์ของตัวเราเองในทุกขณะ เพราะจุดเริ่มต้นของความเข้มแข็ง คือการมีสติ และเข้าใจอารมณ์ที่เรามีอยู่ เพื่อที่เราจะเข้าไปจัดการกับมันได้

สติ และการรู้ตัว ทำให้เราเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นในใจของเรา อะไรทำให้เรารู้สึกแบบนี้ แบบนั้น และการกระทำของเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไรในสถานการณ์ต่างๆ นั้่นคือการ “เข้าใจตัวเอง” ครับ

และเมื่อเข้าใจตัวเอง เราจะ “ยอมรับความจริง” ได้ และกล้าบอกตัวเอง หรือคนรอบข้าง ว่า “เฮ้ย เรารู้สึกแบบนี้อยู่นะ” “เรากำลังเผชิญปัญหานั้นอยู่นะ” “ความกังวลของเรามันคือเรื่องนี้นะ”

การยอมรับตัวเองจริงๆแบบนั้น จะทำให้เรามี “ความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง” ซึ่งทำให้เรา “เคารพตัวเอง” มากกว่าเดิม นั่นแหละครับ ความเข้มแข็งของจริง

———————————-

7. คนเข้มแข็ง บริหารอารมณ์ของตัวเองเป็น

เมื่อเรารู้จักตัวเอง รู้จักอารมณ์ของตัวเองแล้ว เราจะบริหารมันได้

นั่นคือการจัดการเพื่อไม่ให้มันมาอยู่เหนือเรา โดยเฉพาะเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รื่นรมย์

เราควบคุมไม่ได้ทุกอย่างครับ เราควบคุมสิ่งภายนอกไม่ได้ บางสถานการณ์บางเหตุการณ์ มันไม่ได้อยู่ที่เรา ตัวเราเองต่างหาก ที่เราควบคุมได้ เราจัดการกับอารมณ์ จัดการกับวิธีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆของเราได้

เมื่อเหตุการณ์ เจอกับอารมณ์แบบหนึ่ง เราจะตอบสนองด้วยพฤติกรรมแบบหนึ่ง

เมื่อเหตุการณ์เดียวกัน มาเจอกับอารมณ์อีกแบบหนึ่ง เราก็จะตอบสนองด้วยพฤติกรรมอีกแบบหนึ่ง

เหตุการณ์เหมือนกัน อารมณ์ต่างกัน ผลออกมาต่างกันครับ

และแน่นอนว่าการที่จะจัดการ และบริหารอารมณ์ของตัวเองได้ ต้องเริ่มจากข้อ 6 คือการมีสติ และรู้ตัวเองก่อนครับ

อ่านจบแล้ว อย่าลืม recommend หรือ share นะครับ :)

เว็บไซต์ของเรามีการใช้ cookies เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสบการณ์ในกาชมเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น