11 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนจิตใจเข้มแข็ง โดยไม่ต้องหนีปัญหา และหลอกตัวเอง (ภาค1/3)

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

11 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนจิตใจเข้มแข็ง โดยไม่ต้องหนีปัญหา และหลอกตัวเอง (ภาค1/3)

“ความจริงเกี่ยวกับความเข้มแข็ง (ของจิตใจ) ที่ถ้ารู้ และนำไปใช้ จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างสิ้นเชิง”

จากที่ผมเขียนถึงความเข้มแข็งของจิตใจ ในบทความที่แล้ว ที่ตั้งคำถามว่า จริงๆแล้ว ความเข้มแข็งคืออะไร ? วันนี้เราจะมาแกะกันทีละข้อ เพื่อปูพื้นจิตใจเราให้พร้อมกับสิ่งต่างๆที่ไม่คาดคิด และรับมือกับมันอย่างผู้ชนะกันครับ

(วิธีทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้นั่งเทียนคิดขึ้นมาเองนะครับ แต่รวบรวมมาจากนิตยาสาร Psychology ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนช่วยกันเขียนขึ้นมา เพราะฉะนั้น มันใจได้เลยครับ ว่าดีแน่นอน)

———————————-

1. นิยามเปลี่ยน เปลี่ยนชีวิต

” คำแต่ละคำ มันมีความหมายของมัน บางครั้งสามารถกำหนดชีวิตคนๆนึงได้เลย ถ้าเราเชื่อในคำๆนั้นมากๆ “

ลองยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าหมอดูบอกคุณว่าคุณจะ อาภัพรัก บวกกับคุณเชื่อหมอดูมากๆ ความเชื่อ และความหมายนั้นจะประทับลงในจิตใจคุณ ทำให้คุณดำเนินชีวิตไปตามสิ่งที่หมอดูพูดได้เลย (ถึงตอนแรกมันจะไม่ใช่แบบนั้นก็เถอะ)

เพราะฉะนั้น ต้องระวังความเชื่อ และความหมายของคำต่างๆให้ดีครับ

////

นอกเรื่องหน่อยนะครับ ถือว่าแถมแล้วกัน ใหนๆก็พูดเรื่องความเชื่อและความหมายของคำต่างๆแล้ว

ถ้าอยากทำลายความเชื่อที่ไม่ดี วิธีง่ายๆคือตั้งคำถามกับมันครับ อย่างเช่น ความเชื่อว่าโลกแบนมันจริงมั้ย ? คนสมัยก่อนเลยลองตั้งคำถามกับมันดู แล้วลองหาคำตอบ หาเหตุผลที่น่าเชื่อถือกว่า มาหักล้างมันครับ และตอนนี้ใครเชื่อว่าโลกแบน อาจจะถูกหาว่าบ้า ทั้งๆที่มันเคยเป็นความจริงที่คนทั่วโลกคิดแบบนั้นมาก่อน

วิธีนี้มันเป็นวิธีที่ง่ายมากๆ และใช้เวลาไม่นาน ลองดูครับ ติดอะไรอยู่ ลองถามตัวเองดูใหม่ ตั้งคำถามกับมันดู

“เราไม่เอาใหน … จริงเหรอ ? ลองคิดใหม่มั้ย ?”

“เราทำไม่ได้ … จริงเหรอ ?”

“เราไม่คู่ควร … ใช่ป่าววว ? ไม่ม้างงง ข้อดีเราก็ตั้งเยอะแยะ”

ฯลฯ

เปลี่ยนความเชื่อที่ทำให้ตัวคุณไม่ไปใหน ให้มันกลายเป็นแค่คำโกหก ที่เชื่อไม่ได้ แล้วแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ๆ ความหมายใหม่ๆ ที่ส่งคุณไปข้างหน้าดีกว่าครับ

////

กลับมาที่เรื่องของความเข้มแข็งครับ

นักจิตวิทยาบอกไว้ว่าความหมายของความแข้มแข็งที่แท้จริง คำที่เหมาะสมที่สุดคือคำว่า “Resilience” ที่แปลว่า “ความยืดหยุ่น” ครับ

ซึ่งเค้ายังบอกมาอีกว่า คำ 3 คำที่อธิบายความยืดหยุ่นได้ดีที่สุด คือคำว่า “Thriving despite Adversity” ซึ่งแปลได้ว่า “เจริญรุ่งเรืองได้แม้ว่าจะเจอความยากลำบาก”

ถ้าเอามาสรุปแล้ว ความเข้มแข็งที่แท้จริง คือความยืดหยุ่นของจิตใจ ที่เป็นภูมิคุ้มกัน ให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ และผ่านมันไปได้ และคนๆนั้นยังคงก้าวหน้าได้อยู่

————————————

2. คนเข้มแข็ง จะไม่หนีปัญหา

บางครั้ง สถานการณ์บางอย่าง มันอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวด กังวล หรือรู้สึกอึดอัดได้ครับ และบางที คุณก็ยังสามารถเลือกได้ ว่าจะจัดการกับมัน หรือทำเมินๆ เบลอะ แล้วเดินหนีมันไปซะ

“การทำแบบนี้ มันทำให้รู้สึกดีได้ แต่ก็เพียงชั่วคราวครับ เพราะปัญหามันยังคงอยู่”

ความท้าทายต่างๆในชีวิตก็เหมือนกันครับ งานยังไม่เสร็จ แฟนบ่น เป็นหนี้ มีรายจ่าย ฯลฯ อะไรก็ได้ครับ ที่คุณพอจะนึกออก บางทีคุณอาจจะบอกกับตัวเองว่า “เดี๋ยวค่อยคิดก็แล้วกัน” แล้วไปหาบุฟเฟท์กิน ไปดูหนังฟังเพลง นัดเพื่อนดื่ม มันก็จะรู้สึกดีแป๊บนึง แล้วคุณก็จะพบว่าความเป็นจริงมันยังอยู่ที่เดิม

ทางธุรกิจก็เช่นกันครับ คุณอาจจะเจอแชเลนท์ ความท้าทายอะไรบางอย่าง คุณมีสิ่งที่ต้องทำ แต่คุณผลักมันออกไปก่อน และคุณก็จะลงเอยและค้นพบตัวเองว่ากำลังย่ำอยู่ที่เดิม

“ความเข้มแข็งจริงๆ คือการกระโจนเข้าไปหา และรับมือกับมันครับ”

—————————————

3. คนเข้มแข็ง โอบกอดปัญหา คนอ่อนแอ มองเห็นความเจ็บปวด

ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มนุษย์ถูกปลูกฝังสัญชาตญาณให้หลีกเลี่ยงอันตราย ให้วิ่งหนีเขี้ยวเล็บของสัตว์ร้ายต่างๆ ทำให้ต้องคอยเอาชีวิตรอดในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่อันตรายตลอดเวลา

แต่ทุกวันนี้ ถึงเราจะไม่ต้องวิ่งหนีเสือ หมูป่า หรือกระทิงที่คอยวิ่งเข้ามาจู่โจมเราแล้ว แต่สมองส่วนดึกดำบรรพ์ของเรายังคงทำงานและฝังในหัวเราอยู่ ปัญหาและอันตรายเปลี่ยนรูปแบบจากนักล่าที่จะมาเอาชีวิต เป็นความท้าทายในชีวิตประจำวันของคนเมือง

อันตรายในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องของปัญหาชีวิตคู่ ความท้าทายในการทำงาน การหาเลี้ยงชีพ แต่สมองมนุษย์เรา ยังพยามทำหน้าที่เดิมของมันอยู่คือตอบสนองกับปัญหาด้วยวิธีดั้งเดิม “Fight or Flight” “สู้หรือหนี” โดยเฉพาะตอนที่เราเครียดมากๆ สมองส่วนหน้า คือส่วนที่พัฒนาขึ้นมาใหม่จะทำงานหนักเกินไป ทำให้ปัญหายิ่งใหญ่ขึ้นในจิตใจและวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ

วังวนนี้ เกิดขึ้นเพราะว่า “เรามองปัญหาเป็นความเจ็บปวด” จึงพยามหลีกเลี่ยงมัน ต่อสู้กับมัน ผลักใสไล่ส่งมัน ยิ่งผลักมัน มันก้จะยิ่งผลักเรากลับมาไม่รู้จบ

แต่นักจิตวิทยาบอกว่าคนเข้มแข็ง จะรับมือกับปัญหาโดยการกระโจนเข้าไปหามัน โอบกอดมัน และมองมันว่านั่นคือความจริงที่ต้องเผชิญ และต้องเข้าไปแก้ไข

ถึงจะรู้สึกไม่สบายกาย ไม่สบายใจ แต่คนเข้มแข็งจะเรียนรู้และผ่านมันไปได้ ต่างจากคนอ่อนแอ ที่ฝังปัญหาไว้ใต้เตียงเพียงเพราะว่าการเผชิญหน้ากับมันทำให้รู้สึกเจ็บปวด (ความจริงพอผ่านไปได้จะรู้สึกคันๆนิดหน่อยเอง)

—————————————–

อัพเดท : ภาค 2 คลิกที่นี่

อ่านจบแล้ว อย่าลืม recommend หรือ share นะครับ :)

เว็บไซต์ของเรามีการใช้ cookies เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสบการณ์ในกาชมเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น